ติดต่อทำเว็บ : 090 321 8989

ในหลายธุรกิจ เว็บไซต์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าบริษัททำอะไร แต่ยังสามารถช่วยทีมขายนำเสนอข้อมูลแก่ลูกค้า และเป็นจุดให้ผู้ที่กำลังพิจารณาสินค้าหรือบริการเข้ามาศึกษาข้อมูลก่อนติดต่อบริษัทได้

โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการหลายประเภท การ ออกแบบเว็บไซต์บริษัท อย่างเป็นระบบสามารถช่วยจัดระเบียบข้อมูล ทำให้ลูกค้าเข้าใจบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ทีมงานมีแหล่งข้อมูลกลางสำหรับใช้ในการสื่อสารกับลูกค้า

เว็บไซต์ที่ดีควรตอบคำถามก่อนลูกค้าต้องถาม

ก่อนติดต่อบริษัท ลูกค้ามักมีคำถามหลายอย่าง เช่น บริษัทให้บริการอะไร เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน มีผลงานหรือไม่ ใช้ระยะเวลาเท่าไร และสามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้อย่างไร

เว็บไซต์สามารถรวบรวมคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าได้

ยิ่งข้อมูลสำคัญถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วน ลูกค้าก็ยิ่งสามารถทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพูดคุยกับฝ่ายขาย การสนทนาก็อาจมุ่งไปที่ความต้องการเฉพาะของลูกค้ามากขึ้น

แบ่งข้อมูลตามขั้นตอนการตัดสินใจ

ลูกค้าแต่ละคนอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจที่แตกต่างกัน บางคนเพิ่งเริ่มหาข้อมูล ขณะที่บางคนกำลังเปรียบเทียบผู้ให้บริการ

เว็บไซต์จึงควรมีข้อมูลสำหรับแต่ละช่วง เช่น

ช่วงเริ่มค้นหาข้อมูล
นำเสนอความรู้ บทความ หรือคำแนะนำที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจปัญหา

ช่วงพิจารณาบริการ
นำเสนอรายละเอียดบริการ จุดเด่น ขั้นตอนการทำงาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ช่วงตัดสินใจ
นำเสนอผลงาน รีวิว ข้อมูลบริษัท และช่องทางติดต่อหรือขอใบเสนอราคา

การวางเนื้อหาให้ครอบคลุมหลายช่วงช่วยให้เว็บไซต์สามารถรองรับผู้เข้าชมที่มีความพร้อมแตกต่างกันได้

นำเสนอขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน

ลูกค้าบางรายอาจไม่เข้าใจว่าหลังจากติดต่อบริษัทแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร

การมีหน้าอธิบายขั้นตอนการทำงานสามารถช่วยลดความไม่แน่นอนได้ เช่น

  1. ติดต่อสอบถาม
  2. แจ้งรายละเอียดความต้องการ
  3. ประเมินงานหรือเสนอแนวทาง
  4. จัดทำใบเสนอราคา
  5. ดำเนินงาน
  6. ส่งมอบงาน

แน่นอนว่าแต่ละธุรกิจมีขั้นตอนแตกต่างกัน จึงควรนำเสนอเฉพาะกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง

เพิ่มข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้

หากบริษัทมีบริการหลายรูปแบบ อาจนำเสนอความแตกต่างของแต่ละบริการให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจน

เช่น เปรียบเทียบขอบเขตงาน ระยะเวลา หรือคุณสมบัติของบริการแต่ละประเภท โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อความเชิงขายมากเกินไป

ข้อมูลที่ชัดเจนช่วยให้ลูกค้าประเมินได้ว่าตัวเลือกใดเหมาะกับความต้องการของตนเอง

ใช้ Case Study แทนการบอกเพียงว่ามีประสบการณ์

คำว่า “ให้บริการมานาน” หรือ “มีประสบการณ์สูง” อาจยังไม่เพียงพอสำหรับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจ

หากมี Case Study หรือผลงานที่ผ่านมา ควรนำเสนอรายละเอียดของงานจริง เช่น

  • ลูกค้ามีโจทย์อะไร
  • บริษัทเข้าไปช่วยแก้ปัญหาอย่างไร
  • ใช้แนวทางใดในการดำเนินงาน
  • ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร

เนื้อหาแบบนี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นภาพการทำงานของบริษัทมากขึ้น

สร้างหน้า FAQ เพื่อลดข้อสงสัย

คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยสามารถนำมาจัดทำเป็น FAQ บนเว็บไซต์ได้

ตัวอย่างเช่น ราคาเริ่มต้นเท่าไร ใช้เวลาทำงานกี่วัน มีบริการหลังการขายหรือไม่ ต้องเตรียมข้อมูลอะไร และสามารถปรับแต่งงานได้หรือไม่

นอกจากช่วยลูกค้าแล้ว FAQ ยังช่วยให้ทีมงานไม่ต้องตอบคำถามเดิมซ้ำทุกครั้ง

ออกแบบหน้า Landing Page สำหรับแต่ละบริการ

บริษัทที่มีบริการหลายประเภทไม่ควรนำทุกบริการมารวมกันในหน้าเดียว เพราะอาจทำให้ลูกค้าไม่เห็นรายละเอียดที่ตรงกับความต้องการ

การสร้างหน้า Landing Page สำหรับบริการสำคัญแต่ละประเภทช่วยให้สามารถนำเสนอข้อมูลได้ตรงกลุ่มมากขึ้น

หน้าเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ร่วมกับ SEO หรือโฆษณาออนไลน์ได้ โดยกำหนดเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของผู้เข้าชมแต่ละกลุ่ม

เชื่อมเว็บไซต์เข้ากับทีมขาย

เว็บไซต์ควรทำงานร่วมกับกระบวนการขายของบริษัท ไม่ใช่แยกออกจากกัน

ตัวอย่างเช่น หากลูกค้ากรอกแบบฟอร์มขอใบเสนอราคา ข้อมูลที่ได้รับควรมีรายละเอียดเพียงพอให้ฝ่ายขายนำไปติดต่อต่อได้

แบบฟอร์มจึงอาจถามข้อมูลเกี่ยวกับประเภทบริการ งบประมาณโดยประมาณ จำนวนงาน หรือช่วงเวลาที่ต้องการใช้บริการ ทั้งนี้ควรเลือกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นจริง ๆ

ทำให้เว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลกลางของบริษัท

เมื่อบริษัทมีข้อมูลจำนวนมาก เว็บไซต์สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับข้อมูลที่ใช้สื่อสารกับลูกค้า

ฝ่ายขายสามารถส่งลิงก์หน้าบริการ ผลงาน หรือบทความให้ลูกค้าอ่านเพิ่มเติมได้ แทนที่จะต้องส่งเอกสารหรือข้อความจำนวนมากผ่านช่องทางแชตทุกครั้ง

นอกจากนี้ข้อมูลบนเว็บไซต์ยังสามารถปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ง่ายกว่าเอกสารที่ถูกส่งต่อกันหลายเวอร์ชัน

วางระบบให้รองรับการเติบโตของบริษัท

เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น อาจมีบริการใหม่ ทีมงานใหม่ สาขาใหม่ หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ เว็บไซต์จึงควรมีโครงสร้างที่สามารถเพิ่มข้อมูลได้โดยไม่ทำให้เว็บไซต์เดิมยุ่งยากเกินไป

การวางโครงสร้างเผื่ออนาคตตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาการรื้อระบบเมื่อบริษัทต้องการขยายเว็บไซต์

สรุป

การ ออกแบบเว็บไซต์บริษัท ไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะความสวยงาม แต่ควรมองว่าเว็บไซต์สามารถช่วยธุรกิจทำงานได้อย่างไร ตั้งแต่การให้ข้อมูลลูกค้า การนำเสนอผลงาน การตอบคำถาม ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลให้ทีมขาย

หากเว็บไซต์มีโครงสร้างที่ชัดเจน มีเนื้อหาที่ตอบโจทย์ และมีช่องทางให้ลูกค้าดำเนินการต่อได้ง่าย ก็สามารถกลายเป็นเครื่องมือสนับสนุนการขายที่ทำงานได้ตลอดเวลา

เว็บไซต์ที่ออกแบบโดยเข้าใจทั้งธุรกิจและพฤติกรรมของลูกค้า จึงมีโอกาสสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นเพียงหน้าแนะนำบริษัทบนโลกออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

เว็บไซต์บริษัทช่วยทีมขายได้อย่างไร?

เว็บไซต์สามารถรวบรวมข้อมูลบริการ ผลงาน FAQ และรายละเอียดบริษัทไว้เป็นแหล่งข้อมูลกลาง ทำให้ฝ่ายขายสามารถส่งข้อมูลให้ลูกค้าได้สะดวก

Case Study มีความสำคัญต่อเว็บไซต์บริษัทหรือไม่?

มีประโยชน์ โดยเฉพาะธุรกิจที่ลูกค้าต้องพิจารณาความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ เพราะ Case Study ช่วยแสดงตัวอย่างการทำงานจริง

บริษัทที่มีหลายบริการควรแยกหน้าเว็บไซต์หรือไม่?

ควรแยกหน้าบริการที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าค้นหาข้อมูลได้ง่ายและสามารถนำเสนอรายละเอียดของแต่ละบริการได้ตรงจุด

FAQ ช่วยเว็บไซต์ได้อย่างไร?

FAQ ช่วยตอบข้อสงสัยที่พบบ่อย ทำให้ลูกค้าหาข้อมูลได้ด้วยตัวเอง และช่วยลดคำถามซ้ำที่ทีมงานต้องตอบเป็นประจำ

เว็บไซต์สามารถใช้ร่วมกับโฆษณาออนไลน์ได้หรือไม่?

สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยสามารถสร้าง Landing Page ที่มีข้อมูลตรงกับกลุ่มเป้าหมายและนำผู้ที่สนใจจากโฆษณาเข้าสู่หน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง