ในหลายธุรกิจ เว็บไซต์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าบริษัททำอะไร แต่ยังสามารถช่วยทีมขายนำเสนอข้อมูลแก่ลูกค้า และเป็นจุดให้ผู้ที่กำลังพิจารณาสินค้าหรือบริการเข้ามาศึกษาข้อมูลก่อนติดต่อบริษัทได้
โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการหลายประเภท การ ออกแบบเว็บไซต์บริษัท อย่างเป็นระบบสามารถช่วยจัดระเบียบข้อมูล ทำให้ลูกค้าเข้าใจบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ทีมงานมีแหล่งข้อมูลกลางสำหรับใช้ในการสื่อสารกับลูกค้า
เว็บไซต์ที่ดีควรตอบคำถามก่อนลูกค้าต้องถาม
ก่อนติดต่อบริษัท ลูกค้ามักมีคำถามหลายอย่าง เช่น บริษัทให้บริการอะไร เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน มีผลงานหรือไม่ ใช้ระยะเวลาเท่าไร และสามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้อย่างไร
เว็บไซต์สามารถรวบรวมคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าได้
ยิ่งข้อมูลสำคัญถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วน ลูกค้าก็ยิ่งสามารถทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพูดคุยกับฝ่ายขาย การสนทนาก็อาจมุ่งไปที่ความต้องการเฉพาะของลูกค้ามากขึ้น
แบ่งข้อมูลตามขั้นตอนการตัดสินใจ
ลูกค้าแต่ละคนอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจที่แตกต่างกัน บางคนเพิ่งเริ่มหาข้อมูล ขณะที่บางคนกำลังเปรียบเทียบผู้ให้บริการ
เว็บไซต์จึงควรมีข้อมูลสำหรับแต่ละช่วง เช่น
ช่วงเริ่มค้นหาข้อมูล
นำเสนอความรู้ บทความ หรือคำแนะนำที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจปัญหา
ช่วงพิจารณาบริการ
นำเสนอรายละเอียดบริการ จุดเด่น ขั้นตอนการทำงาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ช่วงตัดสินใจ
นำเสนอผลงาน รีวิว ข้อมูลบริษัท และช่องทางติดต่อหรือขอใบเสนอราคา
การวางเนื้อหาให้ครอบคลุมหลายช่วงช่วยให้เว็บไซต์สามารถรองรับผู้เข้าชมที่มีความพร้อมแตกต่างกันได้
นำเสนอขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน
ลูกค้าบางรายอาจไม่เข้าใจว่าหลังจากติดต่อบริษัทแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร
การมีหน้าอธิบายขั้นตอนการทำงานสามารถช่วยลดความไม่แน่นอนได้ เช่น
- ติดต่อสอบถาม
- แจ้งรายละเอียดความต้องการ
- ประเมินงานหรือเสนอแนวทาง
- จัดทำใบเสนอราคา
- ดำเนินงาน
- ส่งมอบงาน
แน่นอนว่าแต่ละธุรกิจมีขั้นตอนแตกต่างกัน จึงควรนำเสนอเฉพาะกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง
เพิ่มข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้
หากบริษัทมีบริการหลายรูปแบบ อาจนำเสนอความแตกต่างของแต่ละบริการให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจน
เช่น เปรียบเทียบขอบเขตงาน ระยะเวลา หรือคุณสมบัติของบริการแต่ละประเภท โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อความเชิงขายมากเกินไป
ข้อมูลที่ชัดเจนช่วยให้ลูกค้าประเมินได้ว่าตัวเลือกใดเหมาะกับความต้องการของตนเอง
ใช้ Case Study แทนการบอกเพียงว่ามีประสบการณ์
คำว่า “ให้บริการมานาน” หรือ “มีประสบการณ์สูง” อาจยังไม่เพียงพอสำหรับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจ
หากมี Case Study หรือผลงานที่ผ่านมา ควรนำเสนอรายละเอียดของงานจริง เช่น
- ลูกค้ามีโจทย์อะไร
- บริษัทเข้าไปช่วยแก้ปัญหาอย่างไร
- ใช้แนวทางใดในการดำเนินงาน
- ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
เนื้อหาแบบนี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นภาพการทำงานของบริษัทมากขึ้น
สร้างหน้า FAQ เพื่อลดข้อสงสัย
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยสามารถนำมาจัดทำเป็น FAQ บนเว็บไซต์ได้
ตัวอย่างเช่น ราคาเริ่มต้นเท่าไร ใช้เวลาทำงานกี่วัน มีบริการหลังการขายหรือไม่ ต้องเตรียมข้อมูลอะไร และสามารถปรับแต่งงานได้หรือไม่
นอกจากช่วยลูกค้าแล้ว FAQ ยังช่วยให้ทีมงานไม่ต้องตอบคำถามเดิมซ้ำทุกครั้ง
ออกแบบหน้า Landing Page สำหรับแต่ละบริการ
บริษัทที่มีบริการหลายประเภทไม่ควรนำทุกบริการมารวมกันในหน้าเดียว เพราะอาจทำให้ลูกค้าไม่เห็นรายละเอียดที่ตรงกับความต้องการ
การสร้างหน้า Landing Page สำหรับบริการสำคัญแต่ละประเภทช่วยให้สามารถนำเสนอข้อมูลได้ตรงกลุ่มมากขึ้น
หน้าเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ร่วมกับ SEO หรือโฆษณาออนไลน์ได้ โดยกำหนดเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของผู้เข้าชมแต่ละกลุ่ม
เชื่อมเว็บไซต์เข้ากับทีมขาย
เว็บไซต์ควรทำงานร่วมกับกระบวนการขายของบริษัท ไม่ใช่แยกออกจากกัน
ตัวอย่างเช่น หากลูกค้ากรอกแบบฟอร์มขอใบเสนอราคา ข้อมูลที่ได้รับควรมีรายละเอียดเพียงพอให้ฝ่ายขายนำไปติดต่อต่อได้
แบบฟอร์มจึงอาจถามข้อมูลเกี่ยวกับประเภทบริการ งบประมาณโดยประมาณ จำนวนงาน หรือช่วงเวลาที่ต้องการใช้บริการ ทั้งนี้ควรเลือกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นจริง ๆ
ทำให้เว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลกลางของบริษัท
เมื่อบริษัทมีข้อมูลจำนวนมาก เว็บไซต์สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับข้อมูลที่ใช้สื่อสารกับลูกค้า
ฝ่ายขายสามารถส่งลิงก์หน้าบริการ ผลงาน หรือบทความให้ลูกค้าอ่านเพิ่มเติมได้ แทนที่จะต้องส่งเอกสารหรือข้อความจำนวนมากผ่านช่องทางแชตทุกครั้ง
นอกจากนี้ข้อมูลบนเว็บไซต์ยังสามารถปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ง่ายกว่าเอกสารที่ถูกส่งต่อกันหลายเวอร์ชัน
วางระบบให้รองรับการเติบโตของบริษัท
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น อาจมีบริการใหม่ ทีมงานใหม่ สาขาใหม่ หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ เว็บไซต์จึงควรมีโครงสร้างที่สามารถเพิ่มข้อมูลได้โดยไม่ทำให้เว็บไซต์เดิมยุ่งยากเกินไป
การวางโครงสร้างเผื่ออนาคตตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาการรื้อระบบเมื่อบริษัทต้องการขยายเว็บไซต์
สรุป
การ ออกแบบเว็บไซต์บริษัท ไม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะความสวยงาม แต่ควรมองว่าเว็บไซต์สามารถช่วยธุรกิจทำงานได้อย่างไร ตั้งแต่การให้ข้อมูลลูกค้า การนำเสนอผลงาน การตอบคำถาม ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลให้ทีมขาย
หากเว็บไซต์มีโครงสร้างที่ชัดเจน มีเนื้อหาที่ตอบโจทย์ และมีช่องทางให้ลูกค้าดำเนินการต่อได้ง่าย ก็สามารถกลายเป็นเครื่องมือสนับสนุนการขายที่ทำงานได้ตลอดเวลา
เว็บไซต์ที่ออกแบบโดยเข้าใจทั้งธุรกิจและพฤติกรรมของลูกค้า จึงมีโอกาสสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นเพียงหน้าแนะนำบริษัทบนโลกออนไลน์
คำถามที่พบบ่อย
เว็บไซต์บริษัทช่วยทีมขายได้อย่างไร?
เว็บไซต์สามารถรวบรวมข้อมูลบริการ ผลงาน FAQ และรายละเอียดบริษัทไว้เป็นแหล่งข้อมูลกลาง ทำให้ฝ่ายขายสามารถส่งข้อมูลให้ลูกค้าได้สะดวก
Case Study มีความสำคัญต่อเว็บไซต์บริษัทหรือไม่?
มีประโยชน์ โดยเฉพาะธุรกิจที่ลูกค้าต้องพิจารณาความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ เพราะ Case Study ช่วยแสดงตัวอย่างการทำงานจริง
บริษัทที่มีหลายบริการควรแยกหน้าเว็บไซต์หรือไม่?
ควรแยกหน้าบริการที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าค้นหาข้อมูลได้ง่ายและสามารถนำเสนอรายละเอียดของแต่ละบริการได้ตรงจุด
FAQ ช่วยเว็บไซต์ได้อย่างไร?
FAQ ช่วยตอบข้อสงสัยที่พบบ่อย ทำให้ลูกค้าหาข้อมูลได้ด้วยตัวเอง และช่วยลดคำถามซ้ำที่ทีมงานต้องตอบเป็นประจำ
เว็บไซต์สามารถใช้ร่วมกับโฆษณาออนไลน์ได้หรือไม่?
สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยสามารถสร้าง Landing Page ที่มีข้อมูลตรงกับกลุ่มเป้าหมายและนำผู้ที่สนใจจากโฆษณาเข้าสู่หน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง
